ความรุนแรงภายนอกก็ว่าไร้อารยะอยู่แล้ว แต่ ความอำมหิต ในรัฐสภาก็น่าสะพรึงกลัวไม่น้อย จับตาให้ดีฝ่ายรัฐต่างหากจะยิ่งตกที่นั่งลำบาก

ความรุนแรงภายนอกก็ว่าไร้อารยะอยู่แล้ว แต่ ความอำมหิต ในรัฐสภาก็น่าสะพรึงกลัวไม่น้อย จับตาให้ดีฝ่ายรัฐต่างหากจะยิ่งตกที่นั่งลำบาก

ใบตองแห้ง - ม็อบวัดใจเสี่ยงแตกหัก

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_5360946

 

 

 

20 พ.ย. 2563 - 03:01 น.

 

 

 

 

 

 

 

ม็อบวัดใจเสี่ยงแตกหัก - คืนวันที่ 18 ฟังแกนนำม็อบราษฎรนัดมวลชน อีก 7 วันไปสำนักงานทรัพย์สินฯ แล้วหลังจากนั้นจะม็อบทุกวันไม่มีหยุด

 

ฟังแล้วสะดุดใจ ทำไมนัดล่วงหน้า 7 วัน นัดเช้านัดเที่ยงก็ได้ เย็นมากันพรึ่บ นี่เขาประกาศล่วงหน้าท้าทายรัฐบาลนี่นา แถมเลือกจุดอ่อนไหวให้เต้นผางๆ

 

พอเช้ามาก็เป็นอย่างที่คิด ประยุทธ์แถลงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการใช้กฎหมาย โดยจะบังคับใช้ “ทุกฉบับ ทุกมาตรา”

 

เข้าทางไหมล่ะ อานนท์ นำภา โพสต์ดักคอไว้แล้วว่ารัฐจะใช้ 112 ดี้ นิติพงษ์ ก็ออกมาชง แต่ประยุทธ์เคยพูดไว้ ในหลวงทรงมีพระเมตตาไม่ให้ใช้ 112

 

แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร ก็ดูกันต่อไป แต่พึงรำลึกไว้ ม็อบคนรุ่นใหม่ไม่ได้โง่ ไม่ได้มุทะลุ พวกเขาฉลาดกว่าฝ่ายความมั่นคงล้านปีแสง ต้มยำทำแกงมานับไม่ถ้วน กระทั่งฝ่ายประชาธิปไตยรุ่นเก่าก็อ้าปากค้าง ประเมินผิดหลายครั้งหลายครา

 

ม็อบพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยงอย่างไม่น่าเชื่อ ใครๆ ก็บอกว่าไม่น่าทำ ตั้งแต่ 18 กรกฎา 3 สิงหา 10 สิงหา 16 สิงหา 19 กันยา 14 ตุลา 16 ตุลา 26 ตุลา ฯลฯ ที่ไหนได้ ใครจะคิดว่ากระแสขึ้นมาถึงขั้นนี้

 

ด้านหนึ่งก็มาจากความเสื่อม ความไม่ชอบธรรมของอำนาจ ที่ประชาชนอัดอั้นมา 6 ปี อีกด้านหนึ่งก็มาจากวิธีจัดการโดยใช้กำลัง มากกว่าใช้สมอง อย่างวันที่ 13-14 ตุลา ประกาศฉุกเฉินร้ายแรงจับแกนนำ วันที่ 15 ม็อบยิ่งล้นหลามที่ราษฎร์ประสงค์ วันที่ 16 ใช้รถฉีดน้ำ ยิ่งระเบิดความโกรธแค้น ลามไปทั่วกรุงไปทั่วประเทศ เอาไม่อยู่ จนตู่ต้องถอย ศาลสั่งปล่อยแกนนำ

 

ม็อบวันที่ 18 คนมามากกว่า 15 ตุลา 25 ตุลา ด้วยซ้ำ เพราะความโกรธตำรวจ ใช้รถฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตา สกัดม็อบไม่ให้ชุมนุมหน้ารัฐสภา ซ้ำยังปล่อยให้เกิดม็อบชนม็อบจนมีคนถูกยิง

 

ซึ่งเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เกินจำเป็น การชุมนุมโดยไม่แจ้ง ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มีโทษแค่ปรับผู้จัดไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หากประกาศพื้นที่หวงห้ามเช่น 50 เมตรจากรัฐสภา ผู้จัดมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน โดยถ้าจะสลายการชุมนุม ตำรวจต้องขออำนาจศาล

 

แต่นี่ตำรวจใช้วิธีกั้นแบริเออร์รั้วลวดหนาม เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ห้ามเข้า ทั้งที่ประชาชนควรมีสิทธิไปชุมนุมรอฟังผลการประชุมสภา พอการ์ดจะตัดลวดหนามเข้ามา ก็ฉีดน้ำ ยิงแก๊สน้ำตา จนเป็นเหตุลุกลาม 5-6 ชั่วโมง โดยรัฐบาล ส.ว. ส.ส. ไม่แยแส ยังรุมบิดเบือนให้ร้ายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ iLaw อย่างเมามัน

 

ถามกลับว่ามันจะเป็นอะไรนักหนา ถ้าคุณปล่อยให้ม็อบเข้ามาหน้ารัฐสภา ม็อบเลิกแล้วค่อยตั้งข้อหาแกนนำ ม็อบเปลี่ยนใจ ส.ส. ส.ว.ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าพวกเขาไม่พอใจปีนรั้วบุกสภา บุกทำร้าย ส.ส. ส.ว. ก็จะเป็นฝ่ายเสียหายทางการเมือง

 

 

เช่นกัน ถามว่าจะเป็นอะไรนักหนา ถ้ารับหลักการร่าง iLaw ที่ประชาชนแสนคนเข้าชื่อ พวก ส.ว.ตาขวางตาพอง ไล่ซักถาม ทำไมเสนอแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ยกเว้นหมวด 1,2 ก็การเสนอแก้กฎหมายทั้งฉบับโดยไม่ยกเว้น ถือเป็นเรื่องปกติ การบอกว่าแก้ทั้งฉบับแต่ยกเว้นต่างหาก ที่ผิดปกติ (ร่าง iLaw มีมาก่อนม็อบเสนอปฏิรูปสถาบัน)

 

ถามจริง ต่อให้ไม่เขียนยกเว้น ใครคิดว่าจะแก้ได้บ้าง อย่างมากก็ได้แค่เสนอ ส.ส.ร.แม้มาจากเลือกตั้งทั้งหมดก็ไม่ให้ผ่านหรอก

 

ส.ว. ส.ส.รัฐบาลปิดทางทั้งหมด แล้วฉวยโอกาสอำนาจผลประโยชน์ตัวเอง คว่ำร่างฝ่ายค้านปิดสวิตช์ ส.ว. คว่ำร่างฝ่ายค้านแก้ระบบเลือกตั้ง

 

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 จึงกลายเป็นเครื่องมือค้ำตู่อยู่นาน 250 ส.ว.อยู่จนกว่าจะเลือก ส.ว.ใหม่ (เผลอๆ เกิน 5 ปี) พรรคร่วมรัฐบาลก็เปรมปรีดิ์ ปชป.ตีปี๊บ นี่ไงเราแก้รัฐธรรมนูญแล้วตามคำมั่นสัญญา ทั้งที่รัฐธรรมนูญใหม่อาจไม่แก้อะไรเลยในสาระสำคัญ เพราะ ส.ว. ส.ส.รัฐบาลกุมกลไกตั้ง ส.ส.ร.ไว้แล้ว

 

รัฐบาล ส.ส. ส.ว.คิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะปิดกั้นข้อเรียกร้องของม็อบ ปัดออกจากกระบวนการทั้งหมด โดยไม่สำนึกว่าหากคุณจะปฏิเสธข้อ 3 ก็ควรยอมแลกข้อ 1 ข้อ 2 บ้างเพื่อลดกระแส และควรใช้วิธีการที่ Compromise กว่าแก๊สน้ำตา

 

ผู้มีอำนาจคิดว่าม็อบคนรุ่นใหม่หมดทางไป “ฝ่อแล้ว” ใช้กำลังได้อย่างรุนแรงโดยอ้างกฎหมาย ไม่ตระหนักเลยว่าแค่ 4 เดือน ม็อบแผ่ขยายไปแค่ไหน ได้ใจคนมากเท่าไหร่ พลังเงียบอยู่ข้างไหนกันแน่ (ทำไมฝ่ายตัวต้องไปขนคนมา 11 คันรถบัส)

 

ตรงกันข้าม คนรุ่นใหม่เชื่อมั่นในพลังของพวกเขา ของกองหนุน ของสังคม ซึ่งเบื่อหน่ายรัฐบาลเต็มที ม็อบจึงกล้าท้าทาย กล้าเสี่ยงสุดๆ กล้าวางเดิมพัน โดยไม่กลัวการจับกุมคุมขัง (ยิ่งจับยิ่งลุกฮือ) ไม่กลัวกระทั่งรัฐประหาร (ยิ่งเข้าทางตัน)

 

จับตาให้ดี ฝ่ายรัฐต่างหากจะยิ่งตกที่นั่งลำบาก

******

********************

**********************************

 

ข่าวข้นคนเข้ม : แปรสายลมแห่งความหวังดีให้เป็นพายุร้าย

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_5355620

 

 

 

19 พ.ย. 2563 - 11:18 น.

 

 

 

 

 

 

 

คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม

 

แปรสายลมแห่งความหวังดีให้เป็นพายุร้าย - หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ชูประชาเหนือหิ้ง เทอดด้วยสัจธรรม ฉบับนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 20 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 ขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย ปีชวด...

 

แค่ ม็อบราษฎร ไปชุมนุมเรียกร้องติดตามการอภิปราย-ลงมติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาล กลับโดนขวาง โดนฉีดน้ำ โดนแก๊สน้ำตา แถมมีม็อบจัดตั้ง มาก่อกวนและปะทะ ผลที่ตามมามีผู้บาดเจ็บรวม 55 ราย โดยมีผู้ได้รับ บาดเจ็บจากกระสุนปืนอีก 6 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสืบสวนตามจับกุม คนร้าย และผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดี...

 

ความรุนแรงภายนอกก็ว่าไร้อารยะอยู่แล้ว แต่ ความอำมหิต ในรัฐสภาก็น่าสะพรึงกลัวไม่น้อย เมื่อ ส.ว.-ส.ส. บางคนใช้วาทกรรมยุยงส่งเสริมให้ท้ายอำนาจรัฐ การอภิปรายพูดจาสะท้อนออกมาว่า แปร สายลมแห่งความหวังดี ให้เป็น พายุร้าย จริงๆ น่าเห็นใจ จิรนุช เปรมชัยพร หนึ่งในผู้ชี้แจงร่างแก้ไข ฉบับไอลอว์ แม้จะอธิบายอย่างไร ก็ทำให้คนที่ฝังหัวกับความเชื่อเดิมๆ เปลี่ยนไปไม่ได้...

 

ที่แน่ๆ อานนท์ นำภา แกนนำคนรุ่นใหม่ประกาศชัดตั้งแต่คืนวันแรกของการอภิปรายพิจารณาวาระแก้รัฐธรรมนูญ ว่าเลิกไม่สนใจแนวทาง หาทางออกผ่านทางรัฐสภา แล้ว วิกฤตบนท้องถนนที่มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ...

 

ควันหลงการลงมติร่างแก้ไขรธน.ทั้ง 7 ฉบับ มีเรื่อง ให้ฮือฮา ศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ส.ว.ลงมติรับหลักการฉบับที่ 1-2-4 และ 7 พีระศักดิ์ พอจิต อดีตรองประธานสนช. และอดีตทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน พิศาล มาณวพัฒน์ สองส.ว.ก็ลงมติ รับหลักการฉบับไอลอว์ ขณะที่ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ส.ว.อีกคนไม่รับหลักการทั้ง 7 ฉบับ สำหรับซีกส.ส.นั้น ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ-รมว.ศึกษาธิการไม่รับทั้ง 7 ร่าง...

 

ในที่สุดผลโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่างที่ 1 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และ ร่างที่ 2 ของพรรคร่วมรัฐบาล ได้รับเสียงสนับสนุน เกิน 1 ใน 3 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด มี ส.ว. หนุน 82 เสียง เกิน 1 ใน 3 เช่นกัน หลังจากนี้เป็นขั้นตอนของการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาในวาระ 2 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ ส่วน ร่างไอลอว์ โดนตีตกไปอย่างน่าเสียดาย เพราะส.ว.โหวตให้ไม่ถึง 10 เสียง...

ต่ออายุบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่อยๆ มาตั้งแต่เดือน เม.ย. ครั้งนี้ ศบค. ชงต่อยาวไปข้ามปีตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2563 จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2564 ทั้งๆ ที่ไม่มีการระบาดของ โควิด-19 ในประเทศ ที่บอกว่าใช้ควบคุมโรคอย่างเดียวเชื่อและไว้ใจได้ที่ไหน เพราะที่ผ่านมา ผู้ชุมนุม ทางการเมืองในหลายจังหวัด ก็ถูกออกหมายเรียกแจ้งข้อหาตามกฎหมายพิเศษนี้..

 

******

*************

****************

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม : สภาฟลินท์สโตน ไม่ใช่ทางออกของวิกฤต

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_5355610

19 พ.ย. 2563 - 10:34 น.
 
 
 
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

สภาฟลินท์สโตน ไม่ใช่ทางออกของวิกฤต - ดูการอภิปรายในรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นส.ส.พรรครัฐบาลกับส.ว.ส่วนหนึ่ง ลุกขึ้นถล่มโจมตีร่างฉบับไอลอว์แล้ว ราวกับกำลังนั่งดู “เฟรด ฟลินท์สโตน” ตัวละครตัวเอกของหนังการ์ตูนดัง “มนุษย์หินฟลินท์สโตน” อยู่เลยทีเดียว

ชุดเสื้อผ้าของ เฟรด ฟลินท์สโตน คงคุ้นตาบรรดาคอการ์ตูนกันดี

สวมเสื้อแบบมนุษย์ยุคหิน โดยผูกเนกไทดูเท่ด้วย

บรรดาส.ส.และส.ว.ที่ใส่สูทผูกไทชูคออยู่ในสภา ดูความคิดความอ่านอันล้าหลังขวาจัดแล้ว ก็น่าสงสัยว่าพวกนี้ยังอยู่ในยุคมนุษย์หินฟลินท์สโตนกระมัง

ดูจากเนื้อหาการอภิปราย ก็ให้อารมณ์ราวกับสมาชิกรัฐสภาเหลานี้อยู่ในชุดเสื้อยุคหินแต่ผูกไทเสียมากกว่า

คำก็ขายชาติ คำก็รับเงินต่างชาติ คำก็รับแผนต่างชาติ

โลกยุคนี้เขาไปกันถึงไหนแล้ว แต่ยังมีลีลาการพูดจา น่าจะหลุดมาจากยุคหิน ยุคไดโนเสาร์อะไรโน่น!

โจมตีร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่เน้นผ่าตัด บทบาทส.ว. และบรรดาองค์กรอิสระ ต้องการนายกฯ ที่มาจากส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ใช่มาด้วยกติกา เหลื่อมล้ำ

กลับใช้วิธีการกล่าวหาให้ร้าย ปลุกกระแสชาตินิยม สุดโต่ง ตามสไตล์พวกขวาจัด

น่าสงสัยจริงๆ พวกนี้ออกจากห้องประชุมสภา แล้วไปขึ้นรถแบบใช้เท้าถีบพื้น ถึงบ้านก็เลี้ยงลูกไดโนเสาร์เป็นสัตว์ประจำบ้านหรือเปล่า!?

ทั้งผลจากท่าทีของส.ส.รัฐบาลและส.ว.ฟลินท์สโตนกลุ่มนี้ ทำให้รู้กันได้ว่าฉบับไอลอว์คงตกไปแน่ๆ โดยไม่ต้องรอฟังวันลงมติ

นำมาสู่คำประกาศของม็อบราษฎรที่หน้าสภาทันที ว่าเลิกหวังพึ่งแนวทางแก้รัฐธรรมนูญผ่านทาง สภาแล้ว!

 

เพียงแค่วันแรกของการพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังไม่ต้องรอวันที่ 2 ก็ทำให้คนจำนวนมากมายเลิกหวังในรัฐสภา

รัฐสภา ไม่ใช่ทางออกของประเทศในการแก้วิกฤตบ้านเมืองครั้งนี้แล้ว

แถมยังช่วยเติมไฟด้วยซ้ำ!

เมื่อท่าทีของเหลาเยาวชนนักเรียนนักศึกษาประกาศเดินหน้าเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงการเมืองกันเอง ไม่สนใจบทบาทรัฐสภาอีกต่อไป

น่าคิดว่าจะเกิดอะไรต่อไป

ก่อนหน้านี้ข้อเรียกร้องพุ่งตรงไปที่นายกฯ แต่นายกฯก็ไม่แสดงท่าทีจะช่วยแก้ปมปัญหาความร้อนแรง

ครั้นมีความพยายามจะให้รัฐสภาเป็นทางออก ลงเอยก็ไม่ช่วยหาทางออกให้บ้านเมืองอีก

ไม่ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาแม้แต่น้อยนิด

วิกฤตก็ยิ่งวิกฤตมากขึ้นไปอีก!!

 

วงค์ ตาวัน

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

5 ความเห็น

 
ICT

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : สำนักพุทธฯรับใช้ใคร

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/relevant/news_5355345

19 พ.ย. 2563 - 10:36 น.
 
 
 
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

สำนักพุทธฯรับใช้ใคร - สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เอาจริงเอาจังอย่างมาก กับการใช้อำนาจจัดการกับพระภิกษุสามเณร ที่ร่วมชุมนุมทางการเมืองกับราษฎร

มีการอ้างประกาศและคำสั่งมหาเถรสมาคมที่เคยออกเป็นกฎระเบียบไว้ และสำทับว่าจะดำเนินการไปตามนั้นอย่างเคร่งครัด

ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำหนังสือถึง เจ้าคณะผู้ปกครอง ทั้งในระดับเจ้าอาวาสจนถึงเจ้าคณะจังหวัดให้จัดการ และต้องรายงานผลให้ทราบด้วย

ไปๆ มาๆ หน่วยงานแห่งนี้ จะกลายเป็นผู้ปกครองคณะสงฆ์ แทนที่จะให้พระปกครองดูแลกันเอง

ไม่เพียงแต่ห้ามร่วมชุมนุมเท่านั้น ยังห้ามไปถึงการเขียนบทความและบทกวีแสดงออกทางการเมืองด้วย

เรื่องนี้พระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง โดนเจ้าอาวาสตักเตือน และให้เขียนรายงานถึงสำนักงานเลขานุการมหาเถรสมาคมมาแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีพระภิกษุอย่างน้อย 1 รูป ถูกออกหมายจับ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี และเตรียมขอลี้ภัย

อีกรูปที่ถูกกดดันอย่างหนัก เป็นสามเณรนักศึกษา วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

โดนเล่นงานจนถูกขับออกจากวัดในเมืองกรุง

นอกจากนี้ ยังตามจิกถึงเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม พื้นที่ที่ตั้งของสถานศึกษา

 

ล่าสุด ลงลึกไปถึงเจ้าอาวาสวัดต้นสังกัดที่ต่างจังหวัด ให้เรียกตัวสามเณรกลับ กดดันให้ลาสิกขา

ชะตากรรมของสามเณรจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่มีใครรับประกันได้

เมื่อเทียบกับการชุมนุมของกลุ่มนกหวีดเสื้อเหลือง มีอดีตพระบางรูปตั้งตัวเป็นหัวหน้าม็อบ ปิดถนน ซ่องสุมกองกำลัง ออกตระเวนไปกดดันสถานที่ราชการ สถานที่เอกชน และบุกไปทำเนียบรัฐบาล

มิหนำซ้ำหนักข้อไปกว่านั้น ยังพาม็อบไปคุกคาม พระเถระระดับสมเด็จพระราชาคณะ ที่เป็นประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชถึงวัด

สร้างความอเนจอนาถใจแก่ชาวพุทธอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในขณะนั้น ไม่เคยเทกแอ๊กชั่น เอาจริงเอาจัง

ทั้งๆ ที่บุคคลดังกล่าวต้องคดีอั้งยี่ซ่องโจร

รับใช้ใคร เลือกปฏิบัติหรือไม่ โปรดตรองดู

 

เภรี กุลาธรรม

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

ประเทศเข้าสู่ "กลียุค" จริง ๆ

นายใหญ่,รัฐบาล,นักการเมือง,ทหาร,ตำรวจ,ขบวนการยุติธรรม แม้กระทั่ง คณะสงฆ์.....ล้วนเดินทางเข้ารกเข้าพง เหมือน ๆ กันหมด

ความเข้าใจเรื่องเหตุเรื่องผล เรื่อง ถูก,ผิด,ดี,ชั่ว,ยุติธรรม,อยุติธรรม,คุณธรรมจริยะธรรม......ล้วนไม่มีในจิตสำนึกกันแล้ว  คนพวกนี้เหมือนกำลังเอาหัวเดินต่างเท้า ความคิดอ่านมันเลยตรงข้ามกับชาวโลกเขา

สิ่งที่คนพวกนี้มองว่ามันคือ"สีขาว" แต่ชาวโลกเขายืนยันกันทั้งโลก ว่านั่นมัน"สีดำ" ต่างหากล่ะ....แต่คนพวกนี้ก็ยังไม่เข้าใจ และดูเหมือนจะไม่มีวันทำความเข้าใจได้

 

นี่จึงคือ "ภาระ" ของประเทศ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

หน้าฉากสวยหรู..แต่มองประชาชนเป็นศัตรู มาตลอด??

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8...

หน้าฉากสวยหรู..แต่มองประชาชนเป็นศัตรู มาตลอด??
 

“ผู้นำ” ต้องแก้ปัญหาดุจ “สายน้ำ” ต่อให้เจอทางตัน “น้ำ”ก็มีทางไปได้เสมอ”

ไม่ควรมอง “ประชาชน-มือเปล่า” เป็น “ศัตรู” ของรัฐบาล เขามา “ไล่นายกฯ” ผู้ล้มเหลว “รัฐธรรมนูญติดหนวด” ต้องใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด เล่นงานกันทุกคน-เลยหรือเธอ

ลงบัญชีดำ กากบาทกันเอาไว้แล้ว เมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ-รมว.กลาโหม ชักธงรบ เร่งทุกอย่างให้จบในรุ่นเรา

 

สันติ ปรองดอง ประนีประนอม ล้วนเป็นวาทะกรรม “หน้าฉาก” ที่พูดเอาสวยหรู ประหนึ่งว่าตัวเอง “อ่อนข้อ” ผ่อนปรนผ่อนผัน..แท้ที่จริงแล้ว “เล่นไม้แข็ง” แต่หยุดพลังบริสุทธิ์ “ราษฎร ๖๓” ที่เติมจำนวนเข้ามาทุกวันไม่ได้

ที่งัด “ไม้ตาย”มาเล่น..เพราะ “กองหนุน” พากันเผ่น -ไงล่ะท่าน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เก่งก็ไม่เก่ง ไร้ทั้งคนดีผู้มีสติปัญญาร่วมคิด ประเทศจึงเคลื่อนไปไหนไม่ได้”

 

“๓ ป.” ที่ร่วมกันก่อการ “คสช.” มาด้วยกัน..ปล่อยให้ “นายกฯประยุทธ์” ใช้กฎหมายติดเพดานเมฆ เล่นงานผู้ชุมนุม “ราษฎร ๖๓” ทุกคน..เห็นหนทางของประเทศ-มีแต่เสียหาย

การ “คิดง้างธนูเข้าใส่ราษฎร” ที่เขาเดินเครื่องติดกันมาถึง ๔ เดือนแล้ว..ควรใช้การเจรจาถึงจะมีผลสำเร็จ

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ และ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทย น่ารู้ผลลัพธ์แห่งคำตอบว่า “การทำสงคราม” มีแต่เสียหายทั้งสองฝ่าย.. “การเจรจาเท่านั้น” ทุกอย่างจึงยุติ

ยึดประโยชน์คนเพียงคนเดียว..คนไทย ๖๙ ล้านคนตายแห้งเห่ยว คุ้มกัน-หรือพี่

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“หัวหน้าดีจะไม่นั่งมาบนหัวของใคร แต่จะนั่งอยู่ในใจของเขา”

โผล่หน้าออกมาแต่ละวัน ก็สร้างความ “กินใจ” กัน-ไม่เบา

จะให้สถานการณ์ตึงเครียดระหว่าง “ราษฎร ๖๓” กับ “รัฐบาลประยุทธ์” ผ่อนคลายลง ลดการเผชิญหน้ากันเป็นรายวัน

เหมือนกับที่ “นายกฯประยุทธ์” เปลี่ยนตัว  “นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน” พ้นจากโฆษกโควิด –๑๙ เพราะโผล่หน้ามามีแต่ความอกสั่นขวัญผวา..ยามนี้ “โทรโข่ง-สีกากี” เป็น “ยาดำ”  ที่สร้างความกินใจ จนติดชาร์จ

หา “ปาก” ที่มีคุณภาพ..แต่ละวันมีข้อหาไล่จับ เห็นแล้ว-อนาถ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“จงรักศัตรู เพราะเขาจะบอกให้รู้ ว่าคุณทำอะไรผิดบ้าง”

 

คำแถลงคำประณาม ของ “สภานักศึกษาธรรมศาสตร์” เป็นสิ่งที่ “นายกฯประยุทธ์” ต้องรับฟัง

เพราะเขากังขาเป็นอันมากส์  ต่อการปฏิบัติภารกิจสองมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้อีกฝ่ายใช้ความรุนแรง กระทำกับ “นักเรียน-นักศึกษา-ประชาชน” โดยเจ้าหน้าที่ไม่ใสใจ ควบคุมสถานการณ์

อีกทั้งมีการใช้สารเคมี และ กระสุนยางเป็นอาวุธในการปราบประชาชน จึงสะท้อนถึงท่าทีมองประชาชนเป็นศัตรูอย่างชัดเจน มีการเพิกเฉยรัฐธรรมนูญประชาชน โดย “สว.และ สส.รัฐบาล” รุมคว่ำโดยไม่เห็นหัว

เป็นการสุมกองไฟให้สูง..สร้างปัญหาให้บ้านเมืองยุ่ง ได้อย่าง-น่ากลัว

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“มิตรหรือศัตรูเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน”

แต่ความเป็น คนไทยต่อคนไทยนั้น ต้องมี “รอยยิ้มสยาม” ส่งให้กันอย่าง-แช่มชื่น

เห็นเจ้าของรีสอร์ตภูเก็ต ผาอันลาดชัน?.. เอาเป็นเอาตาย ให้ใช้ “มาตรา๑๑๒” กับคนเห็นต่าง

และ “เฒ่าดนตรี” ที่หมดความสามารถ.. วัน ๆ คิดแต่จะ “โหน” เรียกร้องให้นำ “ม.๑๑๒” มาแก้วิกฤตการชุมนุม..ทั้งที่ตัวเองเป็น “สลิ่ม” เดินหัวทิ่ม ต่างตีนแล้วในเวลานี้..ควรจะมีกฎหมายจัดการ “พวกโหน” ให้จั๋งหนับ

โหนกันเป็นทาร์ซาน…ต้องมีกฎหมายเล่นงานมัน -มั่งสิครับ

“กะพรุนไฟ”

๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

 

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0